5 เทคนิคสุดยอดคุณพ่อมือโปร

5 เทคนิคสุดยอดคุณพ่อมือโปร

เดี๋ยวนี้คุณพ่อยุคใหม่ ก็มีส่วนสำคัญในการเลี้ยงลูกไม่แพ้คุณแม่นะคะ ดูจากลูกของคนดัง หรือหลายๆ ครอบครัวที่ออกมาบอกว่า ลูกของตนนั้นติดคุณพ่อ มากกว่าคุณแม่ซะอีก แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ ครอบครัวที่คุณพ่ออาจจะติดภารกิจจากการทำงาน หรือไม่แน่ใจว่าจะช่วยเลี้ยงลูกได้ยังไง วันนี้เรามีเทคนิคง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

เทคนิคของคุณพ่อชั้นยอด

  1. ช่วยอุ้ม และกล่อมลูกนอน

หากกลัวว่าจะอุ้มลูกไม่ถนัด อาจนั่งอุ้มอยู่บนเตียง หรือบนโซฟาก่อนก็ได้ ลองอุ้มในท่าที่ถนัดมือ แล้วค่อยๆส่งสายตาไปหาลูก หากลูกกำลังร้องไห้งอแง เพราะกำลังง่วง แค่คุณพ่อช่วยอุ้ม และพูดคุยไปในขณะที่โยกตัว ไม่นานลูกน้อยก็จะหลับปุ๋ยไปในอกคุณพ่อนั่นเองค่ะ เมื่อคุณพ่ออุ้มลูกจนคุ้นชินแล้ว อาจจะช่วยพาลูกอาบน้ำและสระผมด้วยก็ได้ แต่หากยังไม่แน่ใจก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆไป แต่ช่วยอุ้มสลับกับคุณแม่บ้างก็ยังดีค่ะ

  1. ช่วยป้อนข้าว ป้อนน้ำ หรือช่วยชงนม

หากลูกกินนมแบบขวด เราก็เพียงชงนมตามวิธีข้างกระป๋องนมนั้นเองค่ะ หรือหากลูกทานข้าวเป็นแล้ว เราก็ช่วยป้อนข้าว เพื่อให้คุณแม่ไปอาบน้ำ ซักผ้า พักผ่อน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ บ้างก็ได้

  1. ช่วยอ่านหนังสือกับลูก

เสียงทุ้มๆ ต่ำๆ จากพ่อนี้ชวนหนูเพลิดเพลินดีนักแล คุณพ่อจะเริ่มจากการอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังก็ได้ หากว่าอ่านจนคล่อง หรือไม่รู้จะอ่านอะไรแล้ว อาจแต่งนิทานที่มีเรื่องเดียวในโลก ก็คือ แต่งตามจินตนาการของคุณพ่อเลยก็ได้ จะได้เป็นนิทานประจำตัว การอ่านนิทานกับลูกนั้นให้ประโยชน์หลายอย่างนะคะ นอกจากจะช่วยพัฒนาการด้านภาษาแล้ว ยังช่วยให้ความอบอุ่น มั่นคง รวมทั้งทำให้ลูกมีสมาธิ และมีจินตนาการที่ดีอีกด้วย

  1. ช่วยทำกับข้าว

คุณพ่อที่คิดว่าตัวเองยังเลี้ยงลูกไม่เก่ง แต่ทำกับข้าวทานในครอบครัวได้ อาจเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการทำกับข้าวก็ได้นะคะ  นอกจากจะประหยัดแล้ว คุณพ่อยังสามารถแวะจ่ายกับข้าวหลังจากเลิกงานได้เลย คุณแม่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อเองค่ะ บางครั้งฝีมือเราก็ไม่ใช่ว่าอร่อยหรอกค่ะ แต่มันได้ความอบอุ่นกว่าซื้อกับข้าวกินเยอะเลย

  1. ช่วยเป็นผู้รับฟัง

บางครั้ง คุณแม่ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า “ใครสักคนที่จะเป็นผู้ฟังที่ดี” นะคะ เมื่อเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ก็ต้องพูดคุย เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ถึงคุณแม่จะเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน แต่ก็เป็นงานที่หนักนะคะ โดยเฉพาะถ้าเด็กบางคนเป็นเด็กโคลิก (ร้องตลอด 3 เดือน) คุณแม่ก็แทบจะไม่ได้พักเลยล่ะค่ะ คุณพ่ออาจจะเล่าเรื่องงานให้คุณแม่ฟังบ้างก็ได้  แต่ขอให้ “รับฟังคุณแม่สักนิดก็ยังดีว่า “วันนี้เหนื่อยไหม” “อยากเล่าอะไรหรือเปล่า” ขอเพียงแค่ได้ระบายออกไปบ้างทั้งเรื่องดี และไม่ดี เท่านี้ คุณแม่ก็หายเหนื่อยแล้วล่ะค่ะ

 

นอกจาก 5 ข้อที่กล่าวไปแล้ว ก็เป็นงานบ้านอื่นๆ เช่น การซักผ้าลูก ซึ่งถ้าลูกใช้ผ้าอ้อมธรรมดาก็จะใช้เปลืองสักหน่อย และการช่วยงานบ้านอื่นๆ โดยไม่ปล่อยให้เป็นภาระของคุณแม่คนเดียว เท่านี้ก็จะเป็นสุดยอดคุณพ่อแล้วล่ะค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*