เมื่อลูกไม่อยากไปโรงเรียน

เอาแล้วไง ! เจอสถานการณ์นี้จนได้เมื่อลูกไม่อยากไปโรงเรียน

ปัญหาน่ากลุ้มสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกวัยอนุบาลอย่างหนึ่งก็คือ ลูกไม่อยากไปโรงเรียน ถึงคุณพ่อ คุณแม่จะเตรียมตัวลูกอย่างดีก็แล้ว โยงข้อดีของการไปเรียนก็แล้ว หนูน้อยก็ยังส่ายหัวและเอาแต่ร้องไห้ แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้ จริงอยู่ว่าเด็กอาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับการไปเจอสภาพแวดล้อมใหม่ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักช่วงหนึ่งแล้ว ลูกยังโยเยไม่เลิก ก็ควรหันมาใส่ใจว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ เพราะบางรายก็เป็นปัญหาใหญ่ถึงขนาดต้องพาไปพบแพทย์เลยก็มี

5 สาเหตุที่ลูกไม่อยากไปโรงเรียน

  1. ไม่อยากจากคุณพ่อ คุณแม่ หรือคนที่ตนเองรักไป
  2. เข้ากับคนอื่นๆ ไม่ได้
  3. เกิดจากคนอื่น เช่น ถูกเพื่อนแกล้ง หรือ ถูกครูทำโทษจนกลัว
  4. ยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เช่น ใส่ถุงเท้า รองเท้าเองไม่ได้ แปรงฟันเองไม่ได้ ทำให้รู้สึกว่าตนแตกต่างจากคนอื่น
  5. มีปัญหาทางด้านการเรียนรู้ เช่น ออทิสติก สมาธิสั้น ดาว์ซินโดรม พัฒนาการเรียนรู้ช้า (LD)

เมื่อลูกไม่อยากไปโรงเรียน

การป้องกันและการแก้ไข

  1. เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
  • ก่อนที่จะพาลูกไปเรียนจริงๆ ควรพาลูกไปดูสถานที่ก่อนว่า ลูกจะมาเรียนที่นี่นะ – มาเรียนที่นี่เพราะอะไร –

และใครจะมารับลูกตอนกลับบ้าน เพื่อให้เขาเชื่อมั่นว่าจะไม่ถูกทิ้งไว้ที่โรงเรียน

  • อ่านนิทานเกี่ยวกับการไปโรงเรียน ว่ามีข้อดีตรงที่มีเพื่อนเยอะแยะ ได้กินขนม และเล่นด้วยกัน

สนุกดีกว่าเล่นคนเดียวที่บ้าน

  • เตรียมตัวลูกให้พร้อมก่อนเข้าโรงเรียน เช่น ให้ลูกรู้จักการแต่งตัวเอง ทั้ง เสื้อผ้า รองเท้า

แปรงฟัน การพับเก็บที่นอน หรือเก็บแก้วน้ำ เพื่อเป็นการสอนวินัยให้ลูกอีกทางหนึ่ง

  • เด็กบางคนเป็นลูกคนเดียว คุณพ่อ คุณแม่คอยประคบประหงม กลัวว่าพาออกไปเล่นที่สวนสาธารณะแล้วจะสกปรก หรือลูกจะไม่สบาย ลูกเลยไม่ได้เล่นกับใครเลย อย่างนี้จะทำให้ลูกมีปัญหาในการเข้าสังคม อยากเล่นกับคนอื่นก็เล่นด้วยไม่ได้ เพราะไม่รู้จะพูดอย่างไร หรือไม่ก็มีนิสัยหวงของไปเลย ดังนั้น ทางป้องกันที่ดีก็คือ การพาลูกไปเล่นกับคนอื่นๆ บ้าง เพื่อให้ลูกรู้จักแบ่งปัน ยืดหยุ่น รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และไม่เป็นเด็กที่เอาแต่ใจตนเอง

เมื่อลูกไม่อยากไปโรงเรียน

  1. สังเกตและสอบถาม

หากลูกมีอาการหงอย ซึม หรือมีภาวะตึงเครียดผิดปกติ เราควรค่อยๆ พูดกับเขาว่าทำไมถึง ไม่อยากไปโรงเรียน หากถามตรงๆ แล้วลูกไม่ยอมบอก อาจจะใช้ตุ๊กตา หรือหุ่นมือมาเล่นบทบาทสมมุติให้ลูกเล่าแทนก็ได้ นอกจากนี้ อาจจะสังเกตตามตัว ว่ามีรอยฟกช้ำ ดำเขียวตรงไหน หรืออุปกรณ์การเรียนมีครบตามเดิมหรือเปล่า บางครั้งเพื่อนอาจจะเอาไป แต่ลูกไม่กล้าบอก การสังเกตแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ทัน

  1. พิจารณาการเรียนรู้ของลูก

โดยดูว่าลูกมีความเข้าใจการบ้านมากน้อยแค่ไหน ทำได้เองหรือเปล่า อีกวิธีหนึ่งซึ่งอาจเห็นได้ชัดเจนคือ พฤติกรรมของตัวลูกเองที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไป เช่น อยู่ไม่นิ่ง ซนผิดปกติ ไม่มีสมาธิในการเรียน พูดช้า  เหม่อลอย ใครพูดอะไรก็ไม่ได้ยิน หรือได้ยิน แต่ไม่ได้สนใจ แบบนี้ต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินพัฒนาการโดยด่วน

 

ทั้งนี้ หากพบว่าลูกไม่อยากไปโรงเรียนแบบผิดปกติ  ต้องไม่ลืมปรึกษาคุณครูประจำชั้นด้วยนะคะ เพราะจะได้ช่วยกันดูแลทั้งสองทาง หากเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรง จะได้ช่วยกันแก้ไขได้ทันท่วงทีค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*