ลูกดื้อมาก แก้ไม่หายทำยังไงดีนะ

ลูกดื้อมาก แก้ไม่หายทำยังไงดีนะ

มีคุณแม่ท่านไหนที่มีลูกดื้อ เอาแต่ใจ พูดอะไรก็ไม่ฟัง แถมยังลงไปนอนร้องไห้กับพื้น เพื่อให้ได้ของที่ตัวเองต้องการซะด้วยสิ เอ ตอนอยู่บ้านก็ยังพอปราบได้ แล้วถ้าไปโรงเรียนแล้วจะทำยังไงละเนี่ย ไม่ต้องปวดหัวค่ะ วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ แต่นำไปปรับใช้ได้จริงมาฝากกันเช่นเคย

อาการของเด็กที่มีอาการดื้อมาก

  1. ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่
  2. ถ้าใครบอกให้ทำอะไรจะปฏิเสธทุกอย่าง
  3. หงุดหงิดง่าย ถ้าไม่พอใจจะโวยวายทันที
  4. บางคนก็มีลักษณะดื้อเงียบ คือ รับฟังจริงแต่ไม่ทำตาม
  5. หากเกิดปัญหาจะเอาแต่โทษคนอื่น
  6. อยากให้คนรอบข้างสนใจตัวเอง
  7. ไม่อยากแบ่งสิ่งของให้คนอื่นๆ

วิธีดูแลแก้ไข

  1. ไม่ควรพูดคำขู่ เช่น ถ้าดื้อแบบนี้เดี๋ยวแม่ไม่รักนะ, เดี๋ยวผีมาจับตัวไป หรือเดี๋ยวจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ถ้าอยากให้ลูกทำ หรือไม่ทำอะไร ควรบอกเขาดีๆ พร้อมเหตุผลจะดีกว่าค่ะ
  2. กอดลูก จะกอดจากข้างหน้าก็ได้ แต่หากลูกแสดงอาการมากๆ อาจกอดจากข้างหลังแล้วล็อคแขนเขาไว้ให้เขานิ่งก่อน แล้วชวนคุยเสียงธรรมดาๆ ก็ได้ว่า “โกรธอะไรคะลูก” “คุยกันดีๆ นะคะ ถ้าส่งเสียงดังหรือโวยวายแบบนี้แม่ไม่รู้เรื่องค่ะ”
  3. รักลูกได้ แต่ต้องอยู่ในความเหมาะสม การตามใจลูกมากเกินไปจะทำให้ลูกเป็นโรค “พ่อแม่รังแกฉัน” ถ้ารักเขา ก็ควรสอนด้วยเหตุและผลค่ะ ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด แต่ควรให้คำแนะนำที่ถูกต้องด้วย
  4. ทุกคนในบ้านต้องเลี้ยงเด็กในทางเดียวกัน ถ้าหากอีกคนหนึ่งห้าม แต่อีกคนหนึ่งตามใจ ลูกก็ต้องวิ่งไปหาแต่คนที่ตามใจเขาอยู่แล้ว อย่างนี้สอนเท่าไรก็ไม่เห็นผล เพราะวิธีการเลี้ยงดูที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง
  5. ทำตารางเวลา หรือกติกาแบบง่ายๆ ให้ลูกรู้ แค่คุยกันก็ได้ว่า เวลานี้ๆ เราทำอะไร เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ทานข้าว อ่านหนังสือ เล่น ช่วยคุณพ่อ คุณแม่ทำงานบ้าน เพื่อที่ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องเวลา และถ้าหากลูกไม่ทำตามกติกาที่วางไว้ หรือถ้าทำตัวไม่น่ารักจะเป็นอย่างไร การบอกให้ลูกรู้ล่วงหน้าก็ช่วยปรับพฤติกรรมได้เช่นกัน

การให้รางวัล

เมื่อลูกทำได้ดีแล้ว ควรให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เช่น กอด หอม กล่าวชม หรือให้สติกเกอร์เด็กดี แต่อย่าให้มากจนกลายเป็นติดสินบน

การลงโทษ

เราไม่จำเป็นต้องตีลูกเสมอไป อาจใช้วิธีอื่นๆ เช่น

  • แสดงออกทางสีหน้า-ท่าทางว่าคุณแม่โกรธแล้วนะ
  • ใช้วิธีเลี่ยงไปทำอย่างอื่น เมื่อลูกเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขาก็จะเริ่มสงบลง แล้วเราก็มาคุยกับเขาใหม่
  • งดกิจกรรมที่ลูกชอบ เช่น งดอ่านนิทาน
  • วิธี Time-out โดยการแยกเด็กให้นั่งเงียบๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของห้องที่ปลอดภัย มีอากาศถ่ายเท สัก 10-15 นาทีก็ได้ เมื่อเขาใจเย็นแล้วก็พามานั่งพูดคุยกัน

 

ถึงแม้จะต้องใช้เวลาสักหน่อยในการปรับพฤติกรรมของลูก แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เขามีพฤติกรรมที่ไม่น่ารักอย่างนี้ติดตัว และจะทำให้ลูกเข้ากับคนอื่น ๆ ในสังคมไม่ได้อีกด้วย ดังนั้น อยากให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดี ไม่ดื้อ ต้องสั่งสอนตั้งแต่ยังเล็ก เหมือนคำสุภาษิตที่ว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก” นั่นล่ะค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*