รู้แล้วต้องบอกต่อ สิ่งดี ๆ ที่ได้จากการบริจาคเลือด

            เนื่องจากในปัจจุบัน มีผู้ทีต้องการใช้เลือดจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นจำนวนมาก แต่เลือดที่ได้รับการบริจาคนั้นกลับมีไม่เพียงพอ ทำให้บางครั้งเกิดปัญหาการรักษาผู้ป่วยล่าช้า หรือรักษาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ วันนี้ทาง Tamsabuy.net จึงอยากเชิญชวนให้พวกเรา มาร่วมแรงร่วมใจบริจาคเลือดทุก 3 เดือน เพื่อช่วยต่อชีวิตให้ผู้อื่นกันเถอะค่ะ

 

ข้อดีของการบริจาคโลหิต

  1. ร่างกายแข็งแรง แถมผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล

เพราะการบริจาคเลือดที่มีมากเกินไปในร่างกาย จะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น ทั้งนี้ จะมีการพิจารณาจากน้ำหนักตัวของผู้บริจาคก่อนว่าเหมาะสมหรือเปล่า

  1. ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและโรคหัวใจ

สถาบันคาโรลินสกา สตอล์คโฮม สวีเดน ได้ทำการศึกษาแล้วว่า การบริจาคเลือดนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้การบริจาคเลือดจะช่วยให้ธาตุเหล็กที่อยู่ในร่างกายมีปริมาณที่เหมาะสม เพราะหากมีธาตุเหล็กมาเกินไป อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และหัวใจได้อีกด้วย

  1. ได้ลดน้ำหนักเป็นของแถม

เพราะการบริจาคเลือดในแต่ละครั้งช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 650 แคลอรี่เชียวล่ะ แต่ก็อย่าเอาแต่คิดว่า จะลดน้ำหนักด้วยการบริจาคเลือดเพียงอย่างเดียว ควรลดอาหารประเภทแป้ง และไขมัน รวมทั้งออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นจะลดน้ำหนักได้ดีกว่าค่ะ

คุณสมบัติของผู้ที่จะบริจาคเลือด

  1. อายุระหว่าง 17 – 70 ปีบริบูรณ์
  • ผู้ที่มีอายุ 17 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมให้บริจาคโลหิตจากผู้ปกครอง
  • สำหรับผู้ที่บริจาคครั้งแรกต้องมีอายุไม่เกิน 55 ปี
  • ทั้งนี้ สำหรับผู้บริจาคโลหิตในช่วงอายุ 60-65 ปี และ 65-70 ปี จะต้องมีการตรวจคัดกรองก่อนบริจาคโลหิต รายละเอียดสามารถอ่านเพิ่มได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  1. มีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป
  2. สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีโรคประจำตัว
  3. สตรี ยกเว้นสตรีที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอด หรือแท้งบุตรภายในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
  4. น้ำหนักต้องไม่ลดลงแบบผิดปกติในช่วง 3 เดือน
  5. ไม่มีประวัติติดยาเสพติด หรือเพิ่งพ้นโทษ ต้องเกิน 3 ปี
  6. ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ

 

 

การเตรียมตัวก่อนและหลังบริจาคเลือด

  1. นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อเนื่อง
  2. ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างทานยาแก้อักเสบ
  3. รับประทานอาหารได้ตามปกติ และควรทานอาหารมาก่อนบริจาคเลือด ทั้งนี้ ควรงดอาหารมันๆ อาทิ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ หรือแกงกะทิ ของหวาน ของทอด
  4. ดื่มน้ำ 3 – 4 แก้ว และน้ำผลไม้ ช่วยลดอาการมึนงง เพลีย ใจสั่นหลังการบริจาคเลือดได้
  5. เลือกใส่เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่อึดอัด
  6. ไม่มีอาการท้องเสีย หรือท้องร่วงในช่วง 7 วัน ก่อนบริจาคเลือด
  7. หากถอนฟันคุด ขูดหินปูนหรือรักษารักษารากฟัน ควรเว้นระยะห่างสัก 3 วัน ก่อนมาบริจาค

 

ถึงแม้ว่าการบริจาคเลือดจะทำได้โดยง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะบริจาคได้เสมอไป เพราะจะมีการตรวจ Complete Blood Count (CBC) เพื่อหาความเข้มข้นของเลือดก่อนทุกครั้ง ดังนั้น จำนวนผู้ที่บริจาคได้จึงลดน้อยลงไปอีก ดังนั้น หากเรารู้สิ่งดีๆ แบบนี้แล้วต้องยิ่งบอกต่อนะคะ ถึงเราจะบริจาคเองไม่ได้ แต่ช่วยกันแชร์ต่อๆไปก็ยังดีค่ะ

 

ต้องการติดต่อสอบถามเรื่องรายละเอียดการบริจาคเลือด และตารางการออกหน่วยรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่ สามารถติดต่อได้ที่ : ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย 1871 ถนนอังรีดูนังต์      เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์ 0 22639600-99 โทรสาร 0 22555558

เว็บไซต์ : www.blooddonationthai.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*