เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองที่มีเรื่องเล่าไม่รู้จบ
เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองที่มีเรื่องเล่าไม่รู้จบ www.banmuang.co.th

มองเซ็นต์ปีเตอร์สเบิอร์กจากมุมสูง

ถ้าให้นิยามเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กในคำเดียว เราขอเลือกใช้คำว่า “แกรนด์” เพราะทุกอย่างช่างดูโอ่อ่า พระราชวังใหญ่โต มีโบสถ์งดงามหลายแห่ง อนุสาวรีย์สง่าน่าเกรงขาม และวิวริมแม่น้ำที่น่าประทับใจจนละสายตาไม่ได้ ที่นี่คืออาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของรัสเซีย และบางครั้งเซ็นต์ปีเตอร์สเบิอร์กก็ทำให้เราประหลาดใจด้วยมุมมองที่แตกต่าง

เสร็จจากเดินเล่นใจกลางเมือง เราคิดว่าจะปิดทริปด้วยการดูพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งรู้มาว่าที่เซ็นต์ปีเตอร์สเบิอร์กนี้มีทริปน่าสนใจที่เราไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นั่นคือ rooftop tour การชมวิวจากบนหลังคา และด้วยความเร็วของอินเตอร์เน็ตก็ไม่ยากเลยที่จะหาไกด์สักคนมานำทาง ซึ่งตกลงนัดกันไว้ที่สถานีรถไฟใต้ดิน Sennaya Ploshchad ตอนหกโมงเย็น ธรรมดาเราไม่ค่อยชอบที่สูง แต่พอคิดว่ามาถึงนี่แล้วลองอะไรแปลกใหม่บ้างก็ดี และไกด์ของเราวันนี้เป็นหนุ่มผลบลอนด์ชื่อ Egor ที่ยังดูวัยรุ่นอยู่ ใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดสบาย ๆ เขาแค่บอกสั้น ๆ ว่าให้ตามมา จากนั้นเราก็เดินกันไปที่ตึกเก่าแห่งหนึ่งใกล้กับ Sennaya Square ผ่านประตูเหล็ก และขึ้นบันไดแคบ ๆ ไปจนถึงห้องใต้หลังคา สุดทางเป็นช่องหน้าต่างบานขนาดเล็กที่ต้องมุดตัวออกไปข้างนอก

มองเซ็นต์ปีเตอร์สเบิอร์กจากมุมสูง

พอมองออกไปเห็นแต่ท้องฟ้ากับหลังคาของบ้านเรือนเรียงติดกันไปหมด เริ่มตื่นเต้นเพราะไม่รู้จะต้องไปทางไหน ได้ยินเสียงไกด์เตือนให้เดินต่อ เขาย้ำว่ามันคุ้มค่าถ้าไปถึง เราเลยก้าวขาได้ ช่วงที่พื้นเรียบ ๆ ไม่เท่าไหร่ แต่พอถึงตรงหลังคาลาดก็น่าระทึกอยู่เหมือนกัน เดินไปหาที่จับไป ต่างกับ Egor ที่เดินพลิ้วอย่างกับอยู่บนถนน ระหว่างทางเขาอธิบายไปด้วยว่าพื้นอลูมิเนียมบางครั้งลื่น ถ้าใส่รองเท้าไม่ดีจะเดินลำบาก แต่ก็แข็งและปลอดภัย เพราะตรงปลายสุดมีรั้วกั้นเสมอทำให้ไม่มีใครตกลงไป ส่วนเรื่องอื่น ๆ  ที่ต้องระวังคือ สายไฟระโยงระยาง กระป๋องน้ำอัดลมที่คนทิ้งไว้ และที่สำคัญอย่าไม่ใช้เสียงดัง ต้องเกรงใจชาวบ้านด้วย

และแล้วเราก็มาถึงจุดชมเมืองที่ Egor ว่า วิว 360 องศาที่ทำให้เราลืมหายใจไปเลย เซ็นต์ปีเตอร์สเบิอร์กเหนือหลังคาสวยกว่าคิดไว้  มองได้ทั่วเมืองแบบสุดลูกหูลูกตา เราเห็นหลังคาโบสถ์สีทองของ Saint Isaac’s Cathedral ต่อมาเป็น Kazan Cathedral กับยอดเล็กจิ๋วที่อยู่ลิบ ๆ ของ Church of the Savior on Spilled Blood และอีกด้านคือ โดมสีฟ้าของ Trinity Cathedrals ความวุ่นวายจากเมืองและนักท่องเที่ยวขวักไขว่ด้านล่างเริ่มจางหายไป เหลือแต่ความเงียบและทัศนียภาพเบื้องหน้า เข้าใจแล้วว่าทำไมใคร ๆ ถึงชอบขึ้นมาเดินบนหลังคากันนัก และพออยู่บนที่สูงแล้วเซ็นต์ปีเตอร์สเบิอร์กที่เคยคิดว่าสีสดสว่าง ยิ่งดูแจ่มชัดขึ้นไปอีก

มองเซ็นต์ปีเตอร์สเบิอร์กจากมุมสูง

Egor อธิบายเพิ่มว่า เพราะที่นี่ไม่มีตึกระฟ้าหรือว่าภูเขา การขึ้นมาชมวิวบนหลังคาจึงตอบโจทย์ ทีแรกก็เริ่มจากกลุ่มวัยรุ่นในเมือง ที่ชอบขึ้นมานั่งเล่น หรือปิกนิกกัน รวมทั้งมีคนขึ้นมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งหลายคู่ จนกลายมาเป็นทริปบนหลังคาและดึงดูดนักท่องเที่ยวในตอนนี้ แล้วเขาก็ยิ้มภูมิใจไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้เรามองท้องฟ้าเปลี่ยนสีและซึมซับบรรยากาศรอบตัว นี่เป็นอีกทริปในยุโรปที่อินมาจนทุกวันนี้

ส่วนใครอยากลอง rooftop tour บ้าง ขอให้คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็นหลัก ถ้ากลัวความสูงหรือมีโรคประจำตัวลองชมวิวจากระเบียงร้านอาหารในเมืองแทน ส่วนฤดูที่เหมาะสมที่สุดคือ ฤดูร้อน ซึ่งอากาศแห้งและฟ้ามืดช้า จะได้พบความงามที่อาจคาดไม่ถึง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*